เมื่อการกระตุ้นยอดขายอาจกลายเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค
“เหลือเพียง 2 ชิ้น” “มีคนกำลังดูสินค้านี้ 30 คน” หรือ “ส่วนลดจะหมดภายใน 5 นาที”
ข้อความเหล่านี้พบได้บ่อยในการซื้อสินค้าออนไลน์ และอาจช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ หากเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง
แต่หากข้อความดังกล่าวถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือกดดันให้ผู้บริโภครีบซื้อสินค้าโดยไม่ทันพิจารณา
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่การกระตุ้นยอดขาย แต่อยู่ที่ว่าธุรกิจใช้ข้อมูลจริงเพื่อช่วยตัดสินใจ หรือใช้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดเพื่อเร่งการซื้อ
เมื่อความเร่งด่วนไม่ใช่เรื่องจริง
Dark Patterns รูปแบบหนึ่งคือ False Urgency หรือการสร้างความเร่งด่วนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มแสดงเวลานับถอยหลังว่าส่วนลดจะสิ้นสุดในอีก 10 นาที แต่เมื่อหมดเวลาแล้วกลับเริ่มนับใหม่พร้อมส่วนลดเดิม
การจัดโปรโมชั่นจำกัดเวลาเป็นกิจกรรมทางธุรกิจตามปกติ แต่หากไม่มีการจำกัดเวลาจริง การแสดงข้อความดังกล่าวอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
อีกกรณีคือการซ่อนค่าใช้จ่ายสำคัญไว้จนถึงขั้นตอนสุดท้าย เช่น ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่ผู้ซื้อไม่ทราบมาก่อน
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การแสดงค่าจัดส่งหรือค่าธรรมเนียมในขั้นตอนชำระเงินทุกกรณีจะเป็น Dark Patterns ต้องพิจารณาว่าธุรกิจแจ้งข้อมูลอย่างชัดเจนและเหมาะสมก่อนที่ผู้บริโภคจะตัดสินใจผูกพันหรือไม่
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวข้องอย่างไร
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 22 กำหนดข้อห้ามเกี่ยวกับการใช้ข้อความโฆษณาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรืออาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม รวมถึงข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง และข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
หากธุรกิจแสดงจำนวนสินค้าคงเหลือที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือโฆษณาส่วนลดในลักษณะที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ก็อาจมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบตามมาตราดังกล่าว
แต่กรณีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือเงื่อนไขการขาย ต้องพิจารณาแยกตามลักษณะการแสดงราคา ข้อสัญญา และกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่นำมาตรา 22 มาใช้สรุปว่าทุกกรณีเป็นความผิดโดยอัตโนมัติ
ยอดขายสูง ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าพึงพอใจ
ธุรกิจ E-Commerce มักให้ความสำคัญกับอัตราการเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นผู้ซื้อ (Conversion Rate) แต่หากยอดขายเพิ่มขึ้นเพราะผู้บริโภคเข้าใจผิดหรือถูกกดดัน ก็อาจนำมาซึ่งข้อร้องเรียนและการสูญเสียความเชื่อมั่น
ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรตรวจสอบว่าข้อความเกี่ยวกับราคา ส่วนลด จำนวนสินค้า และเงื่อนไขการซื้อมีข้อมูลรองรับและไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
สำหรับผู้บริโภค ควรตรวจสอบราคาสุทธิและเงื่อนไขก่อนชำระเงิน โดยเฉพาะข้อเสนอที่อ้างว่าต้องตัดสินใจทันที
การค้าออนไลน์ที่เป็นธรรมไม่จำเป็นต้องทำให้ลูกค้ารีบซื้อ แต่ควรทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าตัดสินใจจากข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน