วันนี้ ChatGPT มีโฆษณาแล้วในไทย กฎหมาย PDPA และกฎหมายการกำกับแพลตฟอร์มและการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา ตามทันหรือไม่?

ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร

นายกสมาคมผู้ตรวจสอบและให้คำปรึกษาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทย (TPDPA)
นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย)

อาจารย์สุกฤษ โกยอัครเดช

เลขาธิการและประธานฝ่ายต่างประเทศสมาคมผู้ตรวจสอบและให้คำปรึกษาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทย (TPDPA)

เผยแพร่วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ในช่วงปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 ผู้เขียนได้ทดลองใช้ OpenAI Ads Manager และพบว่าสามารถตั้งค่าบัญชีผู้ลงโฆษณาเป็นประเทศไทย ใช้สกุลเงินบาทและเขตเวลา Bangkok เลือกประเทศไทยเป็นพื้นที่ของแคมเปญ กำหนดงบประมาณ วิธีประมูล URL ปลายทาง สร้างชิ้นงาน และเข้าสู่ขั้นตอนเพิ่มวิธีชำระเงินได้ ข้อเท็จจริงนี้สอดคล้องกับข้อมูลของ OpenAI ที่ระบุว่าประเทศไทยเปิดให้ใช้ Ads Manager แบบบริการตนเองแล้ว

และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ผู้เขียนได้รับตัวอย่างจากผู้ใช้ ChatGPT Go ในประเทศไทยซึ่งพบโฆษณาปรากฏอยู่ใต้คำตอบของ ChatGPT แล้ว ตัวอย่างดังกล่าวเป็นหลักฐานจากการใช้งานจริงว่า การดำเนินธุรกิจของ ChatGPT ในประเทศไทยนั้นไม่ได้มีเพียงระบบบริการแก่ฝั่งผู้ลงโฆษณาเท่านั้น แต่ยังริเริ่มมีการนำเสนอขายสินค้าและบริการในรูปแบบการแสดงโฆษณาแก่ฝั่งผู้ใช้อีกด้วย

ณ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 มีหลักฐานจากการใช้งานจริงว่า ผู้ใช้ ChatGPT Go ในประเทศไทยบางรายเริ่มเห็นโฆษณาแล้ว ขณะที่นโยบายของ OpenAI ระบุกลุ่มผู้ใช้ที่อาจได้รับโฆษณาไว้ในแผน Free และ Go ส่วน Plus, Pro, Business, Enterprise และ Edu ไม่มีโฆษณา และบัญชีที่ OpenAI ระบุว่าเป็นของผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีจะไม่ถูกแสดงโฆษณา 

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว คำถามทางกฎหมายจึงไม่ใช่เพียงว่า ChatGPT มีโฆษณาแล้วหรือไม่ แต่คือกฎหมายไทยใช้บังคับกับกิจกรรมโฆษณาของ OpenAI ในประเทศไทยอย่างไร

ในมุมมองของผู้เขียน มีกรอบกฎหมายอย่างน้อย 3 เรื่องที่ต้องนำมาวิเคราะห์ว่าใช้บังคับกับกิจกรรมของ OpenAI ในประเทศไทยเพียงใด ได้แก่

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  2. พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 และ
  3. ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2)

การดำเนินการตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ได้ใช้บังคับเฉพาะองค์กรที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย มาตรา 5 วรรคสองกำหนดให้ว่า PDPA ยังบังคับใช้กรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนอกราชอาณาจักรได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลที่อยู่ในประเทศไทย เมื่อการประมวลผลดังกล่าว มีการนำเสนอขายสินค้าหรือบริการหรือการเฝ้าติดตามพฤติกรรมเจ้าของข้อมูลที่อยู่ในประเทศไทย

ระบบโฆษณาของ OpenAI เกี่ยวข้องกับข้อมูลจากทั้งสองด้าน คือ ข้อมูลของผู้ใช้ ChatGPT ที่อาจถูกนำมาใช้เพื่อเลือกโฆษณาให้สอดคล้องกับบริบทของการสนทนา และข้อมูลจากฝั่งผู้ลงโฆษณาที่ใช้สำหรับการลงโฆษณาและวัดผลของแคมเปญ 

ดังนั้น หากมองในมุม PDPA จึงต้องแยกพิจารณาให้ชัดว่า ข้อมูลแต่ละส่วนมาจากไหน ถูกนำไปใช้อย่างไร และ OpenAI กับผู้ลงโฆษณามีบทบาททางกฎหมายอย่างไรในแต่ละกิจกรรม

ในมุมของผู้ใช้ หากโฆษณาที่เห็นถูกเลือกให้สอดคล้องกับเรื่องที่กำลังคุยอยู่ในแชต คำถามสำคัญตาม PDPA คือ OpenAI นำข้อมูลส่วนใดจากบทสนทนาไปใช้เพื่อเลือกโฆษณา ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด อาศัยฐานกฎหมายใด ได้แจ้งให้ผู้ใช้ทราบอย่างเพียงพอหรือไม่ และผู้ใช้สามารถปฏิเสธหรือคัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการโฆษณาหรือการตลาดได้อย่างไร

ข้อมูลจากหน้า OpenAI Ads ภาษาไทยระบุว่า การโฆษณาใน ChatGPT ไม่ได้อาศัยเพียงคีย์เวิร์ด แต่ใช้ “สัญญาณบริบทที่ลึกขึ้น” และสร้างประสบการณ์โฆษณาบนพื้นฐานของ “การสนทนา บริบท และการตัดสินใจแบบเรียลไทม์” ขณะที่ตัวอย่างที่พบจากผู้ใช้ ChatGPT Go ในประเทศไทยก็แสดงให้เห็นว่า ระบบสามารถใช้หัวข้อของบทสนทนาปัจจุบันเพื่อเลือกโฆษณาที่เกี่ยวข้องได้ หรือที่เรียกว่า Contextual Advertising ดังนั้นจึงมีทั้งคำอธิบายจาก OpenAI และหลักฐานจากการใช้งานจริงที่สนับสนุนว่า บริบทของการสนทนาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการเลือกโฆษณา

ประเด็นทาง PDPA จึงไม่ได้อยู่เพียงว่า OpenAI “อ่านข้อความหรือไม่” แต่ต้องพิจารณาว่าข้อมูลหรือสัญญาณใดจากการสนทนาถูกนำมาประมวลผลเพื่อสร้างบริบทสำหรับการโฆษณา ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด อาศัยฐานกฎหมายใด และกลไกที่ OpenAI เรียกว่า “ทางเลือกและการควบคุม” สอดคล้องกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมายไทยเพียงใด ทั้งนี้ ยังไม่สามารถสรุปจากข้อมูลดังกล่าวว่า OpenAI เปิดใช้การปรับโฆษณาตามประวัติของผู้ใช้ การจับคู่ฐานลูกค้าของผู้ลงโฆษณา หรือเครื่องมือวัดผลโฆษณาในประเทศไทยครบถ้วนแล้วหรือไม่

ฝั่งผู้ลงโฆษณา OpenAI ยังมีเครื่องมือสำหรับสร้างกลุ่มเป้าหมายและวัดผลโฆษณา ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับอีเมล หมายเลขโทรศัพท์ คุกกี้ ตัวระบุออนไลน์ ข้อมูลธุรกรรม หรือข้อมูลเหตุการณ์ภายหลังจากผู้ใช้เห็นหรือคลิกโฆษณา

DPO และตัวแทนในประเทศไทย ประเด็นที่ควรตรวจสอบให้ชัด

ประเด็นเรื่องเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Data Protection Officer (DPO) ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ OpenAI เริ่มให้บริการโฆษณา เพราะลักษณะการให้บริการ ChatGPT เองก็เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในวงกว้างอยู่แล้ว แต่การเพิ่มระบบโฆษณา การเลือกโฆษณาตามบริบท และเครื่องมือสำหรับผู้ลงโฆษณา ทำให้กิจกรรมการประมวลผลซับซ้อนขึ้น และทำให้คำถามว่า OpenAI ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 41 ของกฎหมายไทยครบถ้วนแล้วหรือไม่มีความสำคัญยิ่งขึ้น

มาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) เมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย หนึ่งในนั้นคือมาตรา 41(2) ซึ่งครอบคลุมกรณีที่กิจกรรมจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลหรือระบบอย่างสม่ำเสมอโดยเหตุที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก

รายละเอียดของมาตรา 41(2) ได้รับการกำหนดเพิ่มเติมใน “ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2566” 

ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566 และกำหนดเกณฑ์ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากไว้ เช่น กรณีการประมวลผลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมหลักและมีเจ้าของข้อมูลตั้งแต่ 100,000 รายขึ้นไป รวมถึงบางกรณีของการโฆษณาตามพฤติกรรมผ่านโปรแกรมค้นหาหรือสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานอย่างกว้างขวาง 

เมื่อพิจารณาลักษณะของ ChatGPT การจัดการบัญชีผู้ใช้ การประมวลผลบทสนทนา Personalization, Memory และระบบโฆษณา ผู้เขียนเห็นว่ามีน้ำหนักสูงมากที่กิจกรรมของ OpenAI ซึ่งอยู่ภายใต้ PDPA ไทยต้องถูกพิจารณาตามมาตรา 41(2)

OpenAI นั้นเปิดเผยอยู่แล้วว่ามี DPO พร้อมระบุช่องทางติดต่อที่ dpo@openai.com  ดังนั้นคำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า OpenAI มี DPO หรือไม่ แต่อยู่ที่การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไทยครบถ้วนแล้วหรือยัง โดยเฉพาะการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับ DPO สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบ

อีกหน้าที่หนึ่งที่ต้องแยกออกจาก DPO คือ “ตัวแทนในราชอาณาจักร” หาก OpenAI เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่นอกราชอาณาจักรและอยู่ภายใต้มาตรา 5 วรรคสอง มาตรา 37(5) กำหนดให้แต่งตั้งตัวแทนเป็นหนังสือ โดยตัวแทนต้องอยู่ในราชอาณาจักร ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อยกเว้นตามมาตรา 38 ประกอบ

สำหรับ OpenAI การอาศัยข้อยกเว้นตามมาตรา 38 ต้องมีข้อเท็จจริงรองรับ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ว่าการประมวลผลไม่มีลักษณะตามมาตรา 26 และไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมากตามเกณฑ์มาตรา 41(2) เมื่อพิจารณาลักษณะของบริการ OpenAI แล้ว ผู้เขียนเห็นว่าประเด็นนี้ควรถูกตรวจสอบโดยตรง ไม่ควรตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่าได้รับยกเว้น

ดังนั้น ในกรอบ PDPA มีอย่างน้อยสองคำถามที่ควรได้รับคำตอบชัดเจน คือ 

  1. OpenAI ได้แต่งตั้งตัวแทนในราชอาณาจักรตามมาตรา 37(5) แล้วหรือไม่ และ
  2. OpenAI ได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับ DPO ต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ตามมาตรา 41 แล้วหรือไม่

ณ วันที่เขียนบทความ ผู้เขียนยังไม่พบข้อมูลสาธารณะที่เพียงพอจะยืนยันสองเรื่องนี้ การไม่พบข้อมูลสาธารณะไม่ใช่หลักฐานว่า OpenAI ไม่ได้ดำเนินการ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่สมควรให้ OpenAI และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลชี้แจงโดยตรง

พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565

ประเด็นถัดมาคือ ChatGPT และบริการโฆษณาของ OpenAI อยู่ในระบบกำกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทยหรือไม่

กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้กำหนดว่าบริการออนไลน์ทุกประเภทต้องแจ้งการประกอบธุรกิจโดยอัตโนมัติ การวิเคราะห์ต้องเริ่มจากนิยาม “บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล” ลักษณะการเป็นสื่อกลาง เงื่อนไขตามพระราชกฤษฎีกาฯ และกรณีผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่นอกราชอาณาจักรตามมาตรา 10

หากพิจารณา ChatGPT เฉพาะในฐานะ AI Assistant อาจยังมีประเด็นให้ถกเถียงเรื่องลักษณะการเป็นสื่อกลาง แต่ Ads Manager เพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างผู้ลงโฆษณา OpenAI และผู้ใช้ ChatGPT ขึ้นอีกชั้นหนึ่ง 

โดยผู้ลงโฆษณาสามารถสร้างแคมเปญ กำหนดงบประมาณ พื้นที่เป้าหมาย ชิ้นงาน และ URL ปลายทาง ขณะที่ OpenAI เป็นผู้บริหารระบบและเลือกนำโฆษณาไปแสดงแก่ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์

ข้อเท็จจริงใหม่ที่ผู้ใช้ ChatGPT Go ในประเทศไทยเริ่มเห็นโฆษณาแล้ว ทำให้การประเมินขอบเขตการใช้บังคับของพระราชกฤษฎีกา มีความสำคัญมากขึ้น เพราะขณะนี้มีทั้งฝั่งผู้ลงโฆษณาและฝั่งผู้ใช้ในประเทศไทยอยู่ในระบบเดียวกันแล้ว นอกจากนี้ OpenAI ยังจัดทำหน้า OpenAI Ads ภาษาไทยสำหรับผู้ลงโฆษณา โดยเชิญชวนให้สร้างบัญชี เข้าสู่ Ads Manager และเริ่มโฆษณาใน ChatGPT ข้อเท็จจริงนี้เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณาในการประเมินว่าบริการมีลักษณะมุ่งให้บริการแก่ผู้ใช้หรือผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยตามมาตรา 10 หรือไม่ แต่ยังไม่ทำให้ข้อสรุปเรื่องการเข้าเกณฑ์บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

การที่ ChatGPT, ChatGPT Ads หรือ Ads Manager เข้าข่าย “บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล” ตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 และ OpenAI ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักรมีลักษณะตามมาตรา 10 OpenAI ย่อมต้องพิจารณาหน้าที่ในการแจ้งการประกอบธุรกิจต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) และการแต่งตั้งผู้ประสานงานในราชอาณาจักรตามมาตรา 11 เพื่อประโยชน์ในการแจ้งข้อมูลและปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ต้องวินิจฉัยก่อนว่าบริการส่วนใดของ OpenAI เข้านิยามบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้ “ผู้ประสานงานในราชอาณาจักร” ตามกฎหมายบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นคนละสถานะกับ “ตัวแทนในราชอาณาจักร” ตามมาตรา 37(5) ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 แม้ทั้งสองบทบาทจะเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่นอกประเทศไทยก็ตาม

ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2)

กฎหมายฉบับที่สามมองอีกด้านหนึ่ง คือแพลตฟอร์มรู้หรือไม่ว่าใครอยู่เบื้องหลังโฆษณาที่ถูกนำมาเสนอขายต่อประชาชน

ประกาศฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นหนึ่งเดือนหลังบทความนี้เผยแพร่ สาระสำคัญส่วนหนึ่งคือ ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ที่ให้บริการโฆษณาในประเทศไทยต้องมีมาตรการพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาก่อนเผยแพร่ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การตีความว่า ChatGPT Ads เข้าข่าย “ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์” ตามประกาศฉบับนี้หรือไม่ ซึ่งหากเป็นจะทำให้ ChatGPT ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากไม่ ก็กลายเป็นช่องโหว่ของกฎหมายฉบับนี้

ซึ่งความไม่ชัดเจนอยู่ที่ลักษณะของ ChatGPT เอง เพราะบริการหลักไม่ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้สร้างเครือข่ายและเผยแพร่เนื้อหาระหว่างกันในลักษณะเดียวกับ Facebook, TikTok, Instagram หรือ X แต่เป็นบริการสนทนาระหว่างผู้ใช้กับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

การเพิ่มระบบโฆษณาจึงไม่ได้เปลี่ยนลักษณะของ ChatGPT ให้เป็นผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ตามประกาศโดยอัตโนมัติ

จากการทดลองใช้งาน Ads Manager พบว่า OpenAI เก็บหรือแสดงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ลงโฆษณา ธุรกิจ แคมเปญ เว็บไซต์ปลายทาง และวิธีชำระเงินในระดับหนึ่ง และยังมีข้อกำหนดด้านโฆษณารวมทั้งกระบวนการ Business Review ของตนเอง

แต่การมีข้อมูลธุรกิจหรือเครื่องมือชำระเงินที่ครบ ก็ไม่ได้หมายความว่ามีการพิสูจน์และยืนยันตัวตนตามมาตรฐานของกฎหมายไทยโดยอัตโนมัติ

จากที่ผู้เขียนทดลองใช้งานระบบ ระบบสามารถไปถึงขั้นเพิ่มวิธีชำระเงินได้ แต่ยังไม่ปรากฏขั้นตอนตรวจบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง Digital ID การตรวจใบหน้า หรือการตรวจอำนาจของผู้แทนนิติบุคคลในขั้นตอนที่เห็น

อย่างไรก็ตาม การไม่เห็นขั้นตอนเหล่านี้ในหน้าจอที่ทดลอง ไม่ได้หมายความว่า OpenAI ไม่มีระบบยืนยันตัวตน เพราะอาจมี Business Review หรือกระบวนการ Verification ในอีกขั้นตอนหนึ่งก่อนอนุมัติหรือเผยแพร่แคมเปญ

เมื่อ ChatGPT ทำหน้าที่นำข้อความของบุคคลหนึ่งซึ่งจ่ายเงินค่าโฆษณาไปแสดงแก่ผู้ใช้อีกรายหนึ่ง ความเสี่ยงที่ประกาศต้องการลด เช่น การแอบอ้าง การหลอกลงทุน การใช้โฆษณาเป็นช่องทางอาชญากรรม และการไม่สามารถติดตามตัวผู้ลงโฆษณา ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ ประเด็นว่า ChatGPT Ads อยู่ในขอบเขตของประกาศฉบับที่ 2 หรือไม่ จึงควรได้รับคำชี้แจงจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง มากกว่าที่ผู้ให้บริการหรือผู้เขียนจะตีความฝ่ายเดียว

กฎหมายไทยกำลังมองคนละด้านของระบบเดียวกัน

หากมองระบบโฆษณาบนแพลตฟอร์มดิจิทัลผ่านกฎหมายไทย จะเห็นว่ากฎหมายแต่ละฉบับไม่ได้ถามคำถามเดียวกัน แต่กำลังมอง คนละมุม ของระบบเดียวกัน

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มองจากฝั่งผู้ใช้เป็นหลัก โดยตั้งคำถามว่า แพลตฟอร์มนำข้อมูลของผู้ใช้ไปทำอะไร ใช้ข้อมูลนั้นบนฐานกฎหมายใด ใช้เกินความจำเป็นหรือไม่ และผู้ใช้สามารถใช้สิทธิของตนได้จริงเพียงใด

พ.ร.ฎ.การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 มองที่ตัวแพลตฟอร์มและผู้ให้บริการ ว่าบริการนั้นอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายไทยกำกับหรือไม่ ใครเป็นผู้ให้บริการ ติดต่อได้อย่างไร และได้ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนหรือยัง

ส่วน มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มองไปที่อีกด้านหนึ่ง คือ คนที่อยู่หลังโฆษณา โดยถามว่า หากมีการซื้อโฆษณาผ่านแพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการรู้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้ลงโฆษณา มีการตรวจสอบตัวตนมากน้อยเพียงใด และหากเกิดปัญหาขึ้น จะสามารถสาวกลับไปถึงผู้ลงโฆษณาตัวจริงได้หรือไม่

เมื่อนำทั้งสามเรื่องมารวมกัน ผู้เขียนคิดว่าหลักที่เหมาะกับการกำกับโฆษณาในยุค AI คือ

รู้จักผู้ใช้เท่าที่จำเป็น แต่ต้องรู้จักผู้ลงโฆษณามากพอที่จะตรวจสอบและรับผิดชอบได้

ด้านผู้ใช้ ต้องจำกัดวัตถุประสงค์และใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะเมื่อ AI สามารถทำความเข้าใจบริบทของบทสนทนาและอนุมานความสนใจ ความต้องการ หรือสถานการณ์ส่วนตัวได้ละเอียดกว่าระบบโฆษณาแบบเดิม

ด้านผู้ลงโฆษณา กลับต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น เพราะแพลตฟอร์มควรสามารถตอบได้ว่าใครเป็นผู้ลงโฆษณา บุคคลนั้นเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลอย่างไรOpenAI Ads, ลงโฆษณาใน ChatGPT (ภาษาไทย)

https://ads.openai.com/th-TH

 มีอำนาจหรือไม่ และใครต้องรับผิดชอบหากโฆษณาก่อให้เกิดความเสียหาย

บทส่งท้าย

ก่อนหน้านี้ คำถามเรื่อง ChatGPT Ads ในประเทศไทยอาจดูเป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง แต่เมื่อ Ads Manager เปิดให้ผู้ลงโฆษณาไทยใช้งานได้ และขณะเดียวกันมีหลักฐานว่าผู้ใช้ ChatGPT Go ในประเทศไทยบางรายเริ่มเห็นโฆษณาแล้ว คำถามทางกฎหมายจึงกลายเป็นเรื่องปัจจุบัน

สิ่งที่ควรตรวจสอบต่อไม่ได้มีเพียงว่าโฆษณาจะมีมากขึ้นหรือไม่ แต่คือ OpenAI ใช้ข้อมูลอะไรในการเลือกโฆษณา ได้ปฏิบัติหน้าที่ตาม PDPA ไทยครบถ้วนหรือไม่ อยู่ในระบบกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทยหรือไม่ และเมื่อมีผู้จ่ายเงินเพื่อให้ข้อความหนึ่งถูกนำมาแสดงแก่ประชาชน เราสามารถรู้ได้หรือไม่ว่าใครอยู่เบื้องหลังข้อความนั้น

นี่คือจุดที่ความเป็นส่วนตัว ความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม และการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ เริ่มมาบรรจบกันอย่างชัดเจนในระบบโฆษณาของ AI

แหล่งข้อมูลหลักที่ใช้ตรวจสอบ

OpenAI Help Center, Ads Manager Availability

https://help.openai.com/th-th/articles/20001245-ads-manager-availability

OpenAI Help Center, Ads in ChatGPT

https://help.openai.com/en/articles/20001047-ads-in-chatgpt

OpenAI, Advertising Terms

https://openai.com/policies/advertising-terms/

OpenAI, Ad Tools Terms

https://openai.com/policies/ad-tools-terms/

OpenAI, Ad Tools Data Processing Addendum

https://openai.com/policies/ad-tools-dpa/

OpenAI, Conversion Terms

https://openai.com/policies/conversion-terms/

OpenAI, Ad Policies

https://openai.com/policies/ad-policies/

OpenAI, Privacy Policy

https://openai.com/th-TH/policies/privacy-policy/

การลงโฆษณาใน ChatGPT

https://ads.openai.com/th-TH

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, ระบบการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

https://dpo.pdpc.or.th/registration

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2566

https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, กฎหมาย/หลักเกณฑ์บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

https://www.etda.or.th/th/regulator/Digitalplatform/